ฟันขาว ฟอนฟันขาว มีประโยชน์ อย่างไร? แล้วมีกี่วิธี

ถ้าเว็บบอร์ดของท่านเกี่ยวกับ สุขภาพและความสามารถ สามารถแนะนำไว้ในหมวดนี้ ไม่ว่าจะเป็น Alternative, Beauty, Dentistry, Fitness & Nutrition, Medical, Pharmaceuticals ท่านสามารถลงได้ในหมวดนี้

Moderator: phpbb, mindphp, ผู้ดูแลกระดาน

ภาพประจำตัวสมาชิก
Tan Thanita
phpBBThailand Full Member
phpBBThailand Full Member
โพสต์: 32
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2019, 18:06

ฟันขาว ฟอนฟันขาว มีประโยชน์ อย่างไร? แล้วมีกี่วิธี

โพสต์โดย Tan Thanita » 29 ส.ค. 2019, 16:52

การ ฟอกสีฟัน หรือ ฟอกฟันขาว คือการเปลี่ยนสีฟันที่หม่นหมอง ให้กลับมาขาวดูสวยสดใส โดยใช้ผลิตภัณฑ์หรือสารต่างๆสำหรับฟอกสีฟันเช่น Hydrogen peroxide ไปทำปฏิกิริยาทำให้สารที่ฉาบบนฟันหรือในเนื้อฟันแตกตัวออก และทำให้ฟันมองขาวขึ้น โดยไม่มีผลต่อเคลือบฟันและก็ส่วนประกอบของฟัน การ ฟอกสีฟัน ก็เลยเหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันเหลือง หรือฟันสีคล้ำ ขุ่น ที่ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุมาจากคราบฟัน หรือเป็นสีฟันธรรมชาติ และยังเป็นวิธีซึ่งสามารถทำเองถึงที่กะไว้บ้าน หรือไปทำที่คลินิกทันตกรรมก็ได้

[size=18pt]รูปภาพ[/size]
[size=18pt]การฟอกสีฟันขาวมีกี่วิธี?[/size]
การฟอกฟันขาวแบ่งได้ 5 วิธี ดังเช่น

[size=16pt]การฟอกฟันขาวแบบ In-office power bleaching[/size]

[*]เป็นการฟอกสีฟันที่คลินิกโดยทันตแพทย์ โดยใช้สาร Hydrogen peroxide เข้มข้นสูงราว 35% ซึ่งคลินิกทันตกรรมแต่ละที่อาจมีวัสดุรวมทั้งเทคโนโลยีต่างกันไป เช่น การใช้เลเซอร์ฟอกสีฟัน การใช้แสงสว่างเย็น หรือการใช้รังสี UV เป็นต้น


[size=16pt]การฟอกฟันขาวแบบ At-home bleaching[/size]

[*]เป็นการฟอกสีฟันที่บ้านซึ่งทำได้ด้วยตนเอง โดยทั่วไปจะใช้สารฟอกสีฟันเป็นHydrogen peroxide ความเข้มข้นต่ำ ราว 10% ร่วมกับการใช้เครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆซึ่งการฟอกสีฟันด้วยตัวเองอาจมีความเสี่ยง จะต้องขอคำแนะนำหมอฟันก่อนเสมอ


[size=16pt]การฟอกฟันขาวแบบ In-office assisted bleaching[/size]

[*]เป็นการฟอกสีฟันที่คลินิกร่วมกับทำด้วยตนเอง ซึ่งใช้ในกรณีที่สีฟันเริ่มต้นเหลืองหรือเข้มมาก โดยทันตแพทย์จะเริ่มจากการใช้ Hydrogen peroxide เข้มข้นสูง เพื่อให้ฟันขาวขึ้นในระดับหนึ่ง จากนั้นก็เลยใช้วิธีฟอกสีฟันเองที่บ้านโดยใช้ Hydrogen peroxide ความเข้มข้นต่ำ สลับกันไปกระทั่งฟันขาวดูดีและก็สดใสตามต้องการ


[size=16pt]การฟอกฟันขาวแบบ Over-the-counter bleaching[/size]

[*]คือการใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันสำเร็จรูป ซึ่งมีวางจำหน่ายทั่วๆไปโดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจะมี Hydrogen peroxide ความเข้มข้นต่ำเป็นส่วนประกอบ ดังเช่นว่า เจลฟอกสีฟัน ยาสีฟันแล้วก็น้ำยาบ้วนปากสำหรับฟันขาว ซึ่งหาซื้อมาใช้เองได้โดยไม่ต้องหารือทันตแพทย์ก่อน


[size=16pt]การฟอกฟันขาวแบบ Walking bleaching[/size]

[*]เป็นการฟอกสีฟันเฉพาะซี่ ซึ่งใช้ในกรณีที่ฟันตาย โดยหมอฟันจะใส่สารฟอกสีฟันเข้าไปในตัวฟันซี่นั้นๆแล้วก็ปิดช่องทางเข้า สารฟอกสีฟันจะช่วยทำให้ฟันซี่ดังกล่าวค่อยๆขาวขึ้นเรื่อยและถ้าฟันยังมีสีคล้ำอยู่ก็สามารถเติมสารฟอกสีฟันเข้าไปเพิ่มได้


[size=18pt]ผลข้างเคียงจากการฟอกฟันขาว[/size]
ผลกระทบที่พบมากที่สุด คืออาการเสียวฟันซึ่งจะเกิดขึ้นในระยะแรกรวมทั้งมีลักษณะอยู่ราวๆ 1 – 3 วัน จึงค่อยๆหายไป อาการเสียวฟันเกิดจากการที่น้ำยาฟอกสีฟันไปทำให้เม็ดสีของฟันกระจายตัวออกเป็นโมเลกุลเล็กๆทำให้เนื้อฟันถูกดึงน้ำออกไปด้วย รวมทั้งไปกระตุ้นปลายประสาทในเนื้อฟันที่ไวต่ออุณหภูมิ ทำให้มีความรู้สึกเสียวฟัน ซึ่งเป็นอาการปกติที่จะหายไปเอง จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวล
[size=18pt]การดูแลข้างหลังการฟอกสีฟัน[/size]

[*]ชำระล้างโพรงปากตามเดิม โดยการแปรงฟัน ไหมขัดฟัน แล้วก็บ้วนปากเสมอๆ อย่างต่ำวันละ 2 ครั้ง รวมทั้งบางทีอาจใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรต เพื่อป้องกันอาการเสียวฟันด้วย
[*]เลี่ยงอาหารและก็เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดสีและก็คราบบนฟัน อย่างเช่น ชา กาแฟ ไวน์ ซอส ทอฟฟี่ และถ้าเกิดจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ควรจะใช้หลอดดูดแทนการดื่มจากแก้ว
[*]งดกินอาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เป็นต้นว่า ผลไม้รสเปรี้ยว และก็อาหารที่ร้อนหรือเย็นเกินความจำเป็น
[*]งดดูดบุหรี่ขั้นต่ำ 1 สัปดาห์ ข้างหลังการฟอกสีฟัน
[*]ถ้าเกิดมีอาการเสียวฟันมาก สามารถกินยาแก้ปวดเพื่อทุเลาอาการได้
[*]การป้องกันคราบเปื้อนฟัน
[*]การฟอกสีฟันไม่ได้ทำให้ฟันขาวถาวร แม้กระนั้นฟันที่ผ่านการฟอกจะมีสีคล้ำขึ้นเรื่อยเมื่อเวลาผ่านไป โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเกิดรอยเปื้อนสะสมบนฟัน โดยเหตุนั้นพวกเราสามารถคุ้มครองรอยเปื้อนฟัน เพื่อให้ฟันขาวดูดีและก็สดใสอยู่กับเรานานได้ดังต่อไปนี้
[*]ชำระล้างฟันแล้วก็ช่องปากให้ดีอยู่เป็นประจำโดยการแปรงฟันอย่างถูกทางอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันและก็บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ เพื่อลดการสะสมของคราบเปื้อนหินปูนและก็แบคทีเรียบนเนื้อฟัน
[*]ลดปริมาณของการรับประทานอาหารและก็เครื่องดื่มที่นำไปสู่ราบบนฟัน ดังเช่น ชา กาแฟ ลูกกวาด
[*]หลบหลีกการสูบบุหรี่
[*]พบ|ทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันอย่างต่ำปีละ 1 – 2 ครั้ง

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 7 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน