ล้วงลึก “เคล็ดลับการผลิตสุขวัยเกษียณอายุ” ผ่านคำพูดจากครอบครัว Supanaree Story

ถ้าบอร์ดของท่าเป็นบอร์ดส่วนตัว เกี่ยวกับบุคลคล เกี่ยวกับท่านเอง ลงไว้หมวดนี้

Moderator: phpbb, mindphp, ผู้ดูแลกระดาน

ตอบกลับโพส
Seoforyou
phpBBThailand Jr. Member
phpBBThailand Jr. Member
โพสต์: 17
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ต.ค. 2020, 16:55

ล้วงลึก “เคล็ดลับการผลิตสุขวัยเกษียณอายุ” ผ่านคำพูดจากครอบครัว Supanaree Story

โพสต์ โดย Seoforyou »

สามสาวสุดเฟี้ยวกับท่าโพสต์สุดเก๋ เป็นภาพจำบนโลกโซเชียลของเพจ Supanaree Story ครอบครัวแสบอบอุ่นกับท่าทางถ่ายรูปที่ไม่ธรรมดา กระทั่งเราอดไม่ได้ที่จะเชื้อเชิญคุณแม่บี – จามจุรี สท๊วต, คุณเฟิน -ศุภนารี สุทธวิจิตรวงษ์ แล้วก็ คุณซาร่า – รัศมี สท๊วต มาล้อมวงเสวนาถึงชีวิตประจำวันและก็กำลังขับเคลื่อนของชีวิตผ่านกำลังใจที่มีให้กัน

5 เคล็ดลับสร้างความสุขวัยเกษียณอายุง่ายๆด้วยแรงกระตุ้นของคนในครอบครัว
รูปภาพ
1. จากจุดเริ่มแรกเล็กๆสู่การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่
“ก็แค่อยากบอกคนอื่นๆว่าพวกเรามีน้อง พวกเรามีแม่นะ ก็เลยเริ่มจากเชิญชวนตัดผมสั้นทรงเดียวกัน” คุณเฟินเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเพจ Supanaree Story ที่เกิดขึ้นจากจุดกำเนิดเล็กๆแต่เป็นแรงกระตุ้นและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะคุณแม่บี ในวัย 52 ปี จากชีวิตเรียบง่ายของแม่บ้านธรรมดา ก็กลับมามีพลังความสดชื่นอีกรอบ

คุณแม่บีเล่าถึงจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตว่า “ทีแรกๆแม่ก็ลังเล เนื่องจากเราแก่แล้วนะ อยู่ๆจะให้มาประพฤติตัวเป็นวัยรุ่นหรอ แม้กระนั้นหลังจากได้ตัดผมสั้น แม่คิดว่าแจ๋วดี เพราะว่าชีวิตแม่ยังไม่เคยทดลองอะไรอย่างงี้ ซึ่งในขณะที่ตัดผมสั้น แม่เพียงแค่ใช้ความองอาจที่จะโดดออกจากความหวาดกลัว แม่ว่าถ้าหากเรากล้าที่จะออกเดิน เริ่มจากเรื่องเล็ก}ๆก็ได้ แล้วจะพบว่า เฮ้ย! มันดีกว่าที่คิดนะ”

นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดกิจกรรมเยอะแยะที่เราได้มองเห็นบนโลกโซเชียลในเพจ Supanaree Story ที่ไม่เพียงแค่การเปลี่ยนทรงผม แต่ว่ายังเปลี่ยนแปลงลุคตลอดจนไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่เชิญชวนกันวิ่งเทรล ตั้งแคมป์ เดินป่า เล่นเซิร์ฟ ตลอดจนมุดน้ำ ฯลฯ โดยคุณเฟินเล่าถึงกิจกรรมต่างๆที่ชวนคุณแม่แล้วก็น้องซาร่ามาทำรวมกันด้วยประโยคสั้นๆว่า “ธีมของเฟินเป็น พาแม่ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ”
รูปภาพ
2. แม้กระนั้นกว่าที่คุณแม่จะก้าวออกจาก comfort zone ได้ก็ไม่ได้ง่าย
“ถ้าหากเรากล้าตกลงใจแล้ว เราก็จำต้องเดินหน้าต่อ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรไม่ถูก เรามิได้ทำอะไรใคร ปัจจุบันเฟินให้แม่ไปว่าย แม่เกลียดชังการว่ายน้ำมากมาย กลัวมาก ในชีวิตนี้เคยบอกกับตนเองว่า ผู้ใดกันแน่อย่าเรียกฉันลงน้ำนะ ฉันไม่ลง เนื่องจากว่าแม่เคยจมน้ำมาก่อน ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้คือไปเรียนว่ายน้ำทุกๆวัน เพียงพอเวลา 5 นาฬิกาเย็นปุบปับ เราก็ทิ้งงาน ทิ้งลูกออกไปว่ายเลย
แม่ก็ยังกลัวอยู่นะ แต่พวกเราต้องก้าวข้ามในสิ่งที่เรากลัว แล้วจริงๆสิ่งที่พวกเราไม่เคยทำอาจจะเป็นสิ่งที่เราถูกใจก็ได้ แม่มีเฟินกับซาร่าเป็นแรงกระตุ้นสำหรับเพื่อการทำอะไรใหม่ๆบวกกับเราแฮปปี้กับสิ่งนั้นด้วย เพียงนี้ชีวิตคนวัยแก่แบบแม่ก็สุขมากมายแล้ว”
“ขณะนี้พวกเรารู้สึกว่า เฮ้ย! ชีวิตมันจำต้องก้าวไปข้างหน้านะ เนื่องจากถ้าเกิดเราอยู่นิ่งๆในโลกส่วนตัวก็มิได้ก้าวไปซะหน แต่ถ้าหากพวกเราเบาๆก้าวเดินออกไป เราจะมีความคิดว่าชีวิตมันกว้างขึ้น มันมีประสบการณ์อะไรใหม่ๆเยอะขึ้น มิได้แบบว่าแก่แล้วแก่เลย ชีวิตแม่ในเวลานี้ มันมีอะไรให้ทำมากขึ้นเรื่อยๆ ความสุขมัน{เยอะขึ้น ทั้งยังสุขภาพด้านร่างกายที่ดียิ่งขึ้น สุขภาพใจของแม่ก็แฮปปี้ขึ้น” นี่คือจุดเปลี่ยนที่คุณแม่บียินดีแล้วก็พร้อมที่จะจัดส่งถึงแม้ว่าจะคนวัยเกษียณอายุได้รับรู้
รูปภาพ
3. แรงผลักดันของลูกเป็นกำลังใจสำคัญ
“เป้าหมายของเราเป็นพาแม่ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ถ้าเกิดพวกเราไม่เป็นคนเชื้อเชิญแม่ไปทำ แม่ก็ไม่ทำเองอยู่แล้ว อีกอย่างการที่แม่เปลี่ยนตัวเอง อย่างบริหารร่างกาย ซึ่งเมื่อก่อนแม่ไม่บริหารร่างกายเลย สิ่งที่ตามมาคือสุขภาพดีขึ้น แม่มีตารางเวลาของตนเอง แม่มีวินัย{มากขึ้น แม่มีเป้าหมายสำหรับในการดำเนินชีวิต ซึ่งจุดนี้เฟินยินดีที่แม่มีการพัฒนาตนเองในทางที่ดี ไม่ใช่ปล่อยตัวปล่อยใจเองแก่แล้วแก่เลย แต่ในช่วงเวลานี้แม่จะเป็นแบบ ยิ่งแก่ ยิ่งเด็ก เพราะว่าดูแลตนเองเยอะขึ้น” คุณเฟินกล่าวถึงความตั้งอกตั้งใจที่อยากสนับสนุนให้แม่ลุกขึ้นมาสนุกสนานกับชีวิต
คุณแม่บีเล่าเพิ่มเติมอีกว่า “คราวก่อนแม่จะมีความรู้สึกว่า ถ้าเกิดตัวเองชราลงแล้ว ลูกจะไม่รัก ต้องเป็นคนวัยแก่ที่อยู่แต่ว่าบ้าน ทำครัว เลี้ยงสุนัขอยู่บ้าน แต่ว่าแม่มีเฟินกับซาร่าเป็นแรงกระตุ้นให้แม่ก้าวเดิน สนับสนุนให้แม่ก้าวขึ้นบันไดไปเรื่อยไม่ใช่การเดินคงที่ ราวกับผู้สูงอายุอยู่บ้านไปวันๆขณะนี้แม่เพียรพยายามก้าวไป เพื่อลูกกับตนเอง”
รูปภาพ[br]
4. ถึงต่างวัย ดวงใจต่างกัน แม้กระนั้นนั่นไม่ใช่อุปสรรค เพียงเราเปิดใจฟัง
เมื่อพวกเราถามหาตอนที่สมาชิกมีความเห็นไม่เหมือนกัน ครอบครัว Supanaree Story มีวิธีต่อกรเช่นไร คุณเฟินก็เลยเล่าให้ฟังว่า “เนื่องจากว่าเราสนิทกันมาก เพราะฉะนั้นเวลามีเรื่องที่คิดแตกต่างกัน เราจะมานั่งคุยกัน มาตกลงกันว่าจะหาทางออกทางไหนดีมากยิ่งกว่ากัน บางเรื่องแม่คิดแบบหนึ่ง แม้กระนั้นเฟินกับซาร่าคิดอีกแบบหนึ่ง แล้วเขาคิดเช่นกัน เราก็ต้องมาคิดแล้วว่า แม่บางครั้งอาจจะผิดก็ได้ แต่ถ้าไม่ว่างมานั่งคุยต่อหน้า ก็โทรคุยกันได้ หาบทสรุปที่พอดีกัน โดยบทสรุปที่ออกมาก็จำต้องแฮปปี้กันทั้งยังสามคน”
“ซึ่งถ้ามองเห็นแตกต่างกัน พวกเราก็มานั่งคุยและก็แชร์ความนึกคิดกันมากยิ่งกว่า เราต้องฟังผู้อื่นว่าคิดอย่างไร ด้วยเหตุนี้เฟิน แม่ แล้วก็ซาร่าจะมานั่งฟังกันก่อน และหลังจากนั้นก็ค่อยมาคุยกันอีกทีมากกว่า อีกอย่างเวลาประสบปัญหา เฟินจะถามก่อนว่าสิ่งที่เป็นปัญหาก็คืออะไร คือทุกปัญหาควรจะมีทางออกอยู่แล้ว เราเพียงแค่ต้องใจเย็นๆ หน่อย เฟินจะถามเลยว่าเป็นยังไง แล้วมาช่วยๆกันแชร์ทางแก้ไขปัญหา ยิ่งถ้ามีคนแก่ที่เคยประสบปัญหาอย่างนี้มาก่อน พวกเราก็จะทราบว่าควรจะแก้อย่างไร เป็นหากมีปัญหาสิ่งที่ทำให้กันคือช่วยกันแก้มากกว่า”
รูปภาพ
5.เพียงแค่ใช้เวลาอาหารค่ำด้วยกันก็ทำให้สนิทกัน{มากยิ่งขึ้น
เมื่อพบเจอกับเหตุการณ์ล็อกดาวน์ แต่ไม่เป็นปัญหาในการทำกิจกรรมด้วยกัน โดยคุณเฟินเล่าให้ฟังว่า “จริงๆอย่างตอนเจอวิกฤติโควิด ถ้าเกิดมองดูอีกมุมมันทำให้พวกเราใช้เวลาร่วมกันเพิ่มมากขึ้น เฟินอาจพูดได้ว่าวัววิดก็ทำให้สนิทกัน{มากขึ้น เฟินก็ไปอยู่บ้านนอกกับแม่ ไปบริหารร่างกายกับแม่ ซึ่งในช่วงเวลานั้นพวกเราก็ออกไปไหนมิได้อยู่แล้วด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวเวลาอยู่ด้วยกันที่บ้าน เฟินก็จะหากิจกรรมโน้นนี่มาทำกัน อย่างช่วยกันทำอาหารกินกัน เมนูยำปลากระป๋องโรซ่าจะต้องมา
เป็นพวกเราเพียงแค่ทำอาหารด้วยกัน รับประทานข้าวด้วยกัน ออกกำลังกายร่วมกัน ดูหนังร่วมกัน เพียงแค่ทำกิจกรรมเล็กๆกล้วยๆเพียงแค่ทำอาหาร รับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน ใช้เวลาด้วยกัน เท่านี้ก็ทำให้ทุกคนสนิทกันได้แล้ว”
[br][br]
ขอบคุณบทความดีๆจาก https://www.familyhappiness.co/family-care/supanaree-story/

Tags : สร้างความสุขวัยเกษียณ
ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 4 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน