เคล็ดลับชะลอวัย สร้างสมดุลให้ชีวิตด้วย “เวชศาสตร์ชะลอวัย”

ถ้าเว็บบอร์ดของท่านเกี่ยวกับ สุขภาพและความสามารถ สามารถแนะนำไว้ในหมวดนี้ ไม่ว่าจะเป็น Alternative, Beauty, Dentistry, Fitness & Nutrition, Medical, Pharmaceuticals ท่านสามารถลงได้ในหมวดนี้

Moderator: phpbb, mindphp, ผู้ดูแลกระดาน

ตอบกลับโพส
Achana Jrs
phpBBThailand Jr. Member
phpBBThailand Jr. Member
โพสต์: 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2021, 15:36

เคล็ดลับชะลอวัย สร้างสมดุลให้ชีวิตด้วย “เวชศาสตร์ชะลอวัย”

โพสต์ โดย Achana Jrs »

“ความแก่ชรา” มักเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนไม่อยากพบเจอ เพราะนอกจากจะทำให้มีรูปลักษณ์และผิวพรรณที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายที่การทำงานของอวัยวะต่างๆ เริ่มเสื่อมถอย จนทำให้มีการศึกษาศาสตร์แขนงหนึ่งที่เรียกว่า “เวชศาสตร์ชะลอวัย” เพื่อค้นหาเคล็ดลับและวิธีการป้องกันความแก่ชราที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกคน แต่จะทำอย่างไรจึงจะสามารถ ลด ป้องกัน หรือชะลอความแก่ชราให้เกิดขึ้นกับเราได้ช้าที่สุด

เวชศาสตร์ชะลอวัย คืออะไร?

ความชราเป็นการบ่งบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงของระบบการทำงานของอวัยวะและต่อมต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกาย เมื่ออวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายมีประสิทธิภาพลดลงย่อมส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอตามไปด้วย ซึ่งความชราที่เกิดขึ้น นับเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า โรคชรา และถึงแม้จะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วย เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine) ที่จะช่วยลดความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับระบบการทำงานของร่างกายและช่วยลดความชราที่เกิดขึ้นกับร่างกายให้ช้าลงได้

การดูแลผู้ป่วยด้วย เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine) จะดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจให้อยู่ในสภาวะที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยเน้นรักษาและป้องกันแบบองค์รวม คือ ดูแลระบบการทำงานของทั้งร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดีหรือมีประสิทธิภาพการทำงานลดลง พร้อมทั้งค้นหาสาเหตุของความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับร่างกายว่ามีสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร เพื่อที่จะได้ป้องกันไม่ให้สร้างผลกระทบต่อการทำงานของทั้งระบบจนทำให้เกิดอาการป่วยขึ้นได้ (เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลรัฐมีที่ไหนบ้าง? https://wellness-hub.co/เวชศาสตร์ชะลอวัยรัฐบาล)

วิธีการรักษาด้วย “เวชศาสตร์ชะลอวัย”

เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine ) เป็นการรักษาทางการแพทย์หรือแพทย์ทางเลือกอีกแขนงหนึ่งที่ได้รับความนิยม ซึ่งขั้นตอนในการรักษาก็จะสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

1. ซักประวัติ
เป็นการทำความรู้จักข้อมูลพื้นฐานของคนไข้ว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคใดบ้าง ซึ่งโรคที่มีความเสี่ยงจะเกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ
1.1 พันธุกรรม โรคบางชนิดสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ถึงแม้ว่ายังไม่มีอาการแสดงในขณะที่อายุยังน้อยแต่โรคดังกล่าวอาจแสดงอาการออกมาเมื่อมีอายุมากขึ้น เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น
1.2 พฤติกรรม การกระทำเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดโรค เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า การกินอาหารจำพวกแป้งสูง การนอนน้อย การไม่กินผักผลไม้ พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานของระบบภายในร่างกายให้อยู่ในสภาวะไม่สมดุล

2. การตรวจเลือด ( Blood Test )
การตรวจเลือดของ เวชศาสตร์ชะลอวัย จะมีความแตกต่างจากการตรวจเลือดแบบตรวจสุขภาพทั่วไป เพราะจะมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดถึงการทำงานของระบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานเป็นอย่างไร เช่น อัตราการเผาผลาญพลังงาน ( Metabolism ) อัตราการยืดหดของกล้ามเนื้อ เป็นต้น รวมไปถึงการตรวจระดับฮอร์โมนและระดับวิตามินต่าง ๆ ในร่างกาย เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของระบบอวัยวะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและซ่อมแซมร่างกาย

3. การตรวจยีนส์ ( Gene Test )
เป็นการตรวจลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล จะช่วยให้ทราบถึงลักษณะเฉพาะของบุคคลได้เป็นอย่างดี ว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคใดบ้าง เพราะว่ายีนส์จะเป็นตัวบ่งบอกข้อมูลในร่างกายของคนไข้ให้แพทย์ได้ทราบอย่างชัดเจน และยังสามารถบอกได้ด้วยว่าพฤติกรรมใดบ้างที่สร้างความเสี่ยงให้กับร่างกายต่อการเกิดโรคในอนาคต
เคล็ดลับชะลอความแก่ สร้างสมดุลให้ชีวิต
หนึ่งในแนวทางป้องกันของเวชศาสตร์ชะลอวัย คือการรักษาสมดุลของร่างกาย ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ดังนี้

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างสมดุลให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว ยังช่วยลดความดันโลหิต เพิ่มความเข้มแข็งให้กล้ามเนื้อหัวใจ ลดน้ำตาล ลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดี ลดความความเครียดได้อีกด้วย

2. กินอาหารให้หลากหลายและมีสารอาหารครบถ้วน
การกินอาหารให้มีสารอาหารครบถ้วนนับเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารมื้อเช้าที่เป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน การไม่รับประทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายดึงสารอาหารที่สะสมไว้ที่ตับและไขมันมาใช้ จนเกิดกรด “แล็กติก” ไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ ให้เสื่อมถอยลง และควรเคี้ยวอาหารให้ช้า เพื่อให้สมองค่อยๆ รับรู้ว่า ร่างกายได้รับอาหารเช้าไปแล้วและส่งสัญญาณของความรู้สึกอิ่มออกมา นอกจากนี้ปากยังเป็นอวัยวะที่มีการหลั่งน้ำย่อยที่ใช้ย่อยแป้ง การเคี้ยวอาหารอย่างละเอียดจะช่วยให้อาหารมีขนาดเล็ก เกิดการย่อยได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยลดการเกิดท้องอืดได้ (คนแก่เบื่ออาหาร! ปัญหาโลกแตกของคนดูแลผู้สูงอายุ คลิก https://www.smk.co.th/newsdetail/2805)

3. นอนหลับให้เพียงพอ
ควรเข้านอนก่อนเวลา 22.00 น. เพราะการนอนหลับให้สนิทจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงจะเข้าสู่เวลาเที่ยงคืนโดยประมาณ ซึ่งเป็นเวลาที่เริ่มมีการผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ เพื่อป้องกันความแก่ชราได้เป็นอย่างดี การนอนหลับสนิทก่อนเที่ยงคืนจึงเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดความสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึง Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนต่อต้านความชราที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายในช่วงเวลาที่หลับสนิท

เวชศาสตร์ชะลอวัยเป็นศาสตร์ที่หลายคนยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะถูกหยิบยกมาใช้ในคลินิกหรือสถาบันเสริมความงาม แม้แต่บนฉลากผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวชศาสตร์ชะลอวัย ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องความสวยงามภายนอก ที่มีผิวพรรณเต่งตึง ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น แต่เป็นการดูแลเอาใจใส่ ป้องกัน และรักษาทั้งร่างกายและจิตใจจากภายในซึ่งจะส่งผลดีออกมาสู่ร่างกายภายนอกด้วยเช่นกัน

ประกันสุขภาพ 60 ยังฟิต ช่วยให้คุณหมดห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยสำหรับผู้สูงวัย ซื้อง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ สำหรับผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่ 61-65 ปี ให้ความคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุ สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/producthealthdetail/2

สินมั่นคงประกันสุขภาพ ..เราประกัน คุณมั่นใจ..
ตอบกลับโพส

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 3 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน